Primary Care Unit Innovation in Thailand + นวัตกรรมบริการสุขภาพปฐมภูมิ

Primary Care Unit Innovation

“เพื่อนช่วยเพื่อน” การจัดโปรแกรมกลุ่มช่วยเหลือกันเองในการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวอรพิน วรรณกูล process
ปี พศ. : 2550
หน่วยงาน : สถานีอนามัย : ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลสากเหล็ก
จังหวัด : พิจิตร
ประเภทนวัตกรรม : นวัตกรรมบริการปฐมภูมิในกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง

รายงานผลการดำเนินงานของโครงการ

รายละเอียดโครงการ :

หลักการและเหตุผล

                จากการศึกษาปัญหาการเกิดโรคไม่ติดต่อของประชากรในเขตพื้นที่ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลสากเหล็ก กิ่งอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร  พบว่า  มีจำนวนประชากรที่เป็นโรคเบาหวานในปี พ.ศ. 2548 จำนวน  295    คน    ปี พ.ศ.  2549  จำนวน   374    คน  จะเห็นได้ว่าจำนวนประชากรที่เป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ  8.9  ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการรักษาโดยการใช้อินซูลินเป็นจำนวน   7  คน   ผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า   140  มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  ในเดือนตุลาคม 2549  คิดเป็นร้อยละ  30.3    ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการรักษามาเป็นระยะเวลานานๆ  พบว่าเกิดภาวะแทรกซ้อน  อาทิเช่น  เกิดความผิดปกติทางไต  ความดันโลหิตสูง      ระดับไขมันในหลอดเลือดสูงผิดปกติ     จอประสาทตาเสื่อม และเลือดไปเลี้ยงส่วนปลายไม่เพียงพอต้องได้รับการตัดอวัยวะส่วนปลาย เช่นที่เท้า  เพิ่มมากขึ้นทุกปี    และนอกจากนี้จารการทำบัญชีเบิกจ่ายยาจากโรงพยาบาลพิจิตร   ในปี พ.ศ. 2548  ใช้งบประมาณในการเบิกจ่ายยาเป็นเงิน 689,890.15  บาท   พ.ศ.  2549  ใช้งบประมาณในการเบิกจ่ายยา เป็นเงิน  811,153.15  บาท  ทำให้พบว่าผู้ป่วยในศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลสากเหล็กมีการใช้ยาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ   จากการสัมภาษณ์ผู้ป่วยพบว่า  ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าโรคเบาหวานเกิดจากสาเหตุใด  ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้ว เช่นการบริโภคอาหาร  การออกกำลังกาย   บางส่วนยังมีความเชื่อว่าการรับประทานยารักษาโรคเบาหวานอย่างเดียวจะช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้   และมีการเพิ่มและลดยาเองตามความคิด และความรู้สึกของตนเอง   ซึ่งจากการสำรวจและจากสัมภาษณ์ผู้ป่วยทำให้ทราบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มารับการรักษาที่ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลสาเหล็ก  ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องโรคเบาหวาน  การปฏิบัติตัว  การรับประทานยา   ทำให้การดำเนินของไม่ได้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น  มีการเกิดภาวะแทรกซ้อนเพิ่มมากขึ้น  อีกทั้งการมีการใช้ยาในการรักษาเพิ่มมากขึ้นด้วยซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา  และมีการใช้งบประมาณในการใช้เพิ่มขึ้น    ทั้งที่ผ่านมาผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมดเคยได้รับความรู้  คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ทางสุขภาพมาแล้ว  แต่การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยนั้นส่วนใหญ่จะใช้วิธีการบรรยายเป็นหลัก  ทำให้ผู้ป่วยขาดการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่จะดูแลสุขภาพตนเอง  ดังนั้นหากผู้ป่วยได้มีส่วนร่วมในการคิด  วางแผนการดูแลตนเอง  กับผู้ป่วยที่เป็นโรคที่เดียวกัน  ซึ่งมีวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกัน เป็นบุคคลในเขตพื้นที่เดียวกันทำให้เกิดความใกล้ชิดและคุ้นเคยกันมากกว่าบุคลกรทางสุขภาพ    จะทำให้ผู้ป่วยมีอำนาจในการควบคุมตนเองมากขึ้น  กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในการบอกปัญหาที่เกิดขี้นกับตนเองในการดูแลสุขภาพ    มีส่วนร่วมการวางแผนการจัดกิจกรรมนั้นๆ  มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทักษะต่างที่จำเป็นในการดูแลตนเอง    จะช่วยทำให้ผู้ป่วยเกิดกำลังใจที่จะหันมาสนใจตนเองและดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น  เมื่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานสามารถที่จะปฏิบัติตัวได้เหมาะสมก็จะทำให้การดำเนินของโรคเป็นไปในทางที่ดีขึ้น  ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน  ลดการเพิ่มปริมาณยาที่ใช้  และยังเป็นการประหยัดงบประมาณในการใช้ยาตามมาด้วย  ผู้จัดทำโครงการจึงสนใจที่จะจัดโปรแกรมกลุ่มช่วยเหลือกันเองในการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน  โดยมุ่งเน้นความสามารถในการดูแลตนเองให้มากขึ้น  ซึ่งใช้แนวความคิดในการเสริมสร้างพลังอำนาจให้กับผู้ป่วยโดยเน้นกระบวนการกลุ่มในการช่วยเหลือกันเอง  และใช้แรงสนับสนุนทางสังคมได้แก่เจ้าหน้าที่  บุคลากรทางทีมสุขภาพ  ญาติ  และชุมชน  ช่วยสนับสนุนส่งเสริมทั้งในการให้ข้อมูลและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วย  เพื่อให้ผู้ป่วยดูแลอย่างเหมาะสม  และเชื่อว่าประโยชน์จากการทำโครงการครั้งนี้จะได้กลุ่มแกนนำในการดูแลกันเองในกลุ่มผู้ป่วย เบาหวานเพื่อให้เป็นแกนนำในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานอื่นๆ  ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นตามมา

download ดาวน์โหลดไฟล์รายละเอียดโครงการ : pj213...pdf
Comment #1
songtam
Posted @March,10 2011 23.35 ip : 61...20

it's so good.

ปฏิทินกิจกรรมประจำเดือน

«  เม.ย. 2557  »
อาพฤ
30 31 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 1 2 3
query time 2.457 ms.
request time 6.79 ms.